BOOK NO. 0075

หนังสือ/ห้องสมุด/เปลวไฟ

The Library Book

Susan Orlean

👤ผู้เขียนSusan Orlean
🌐ผู้แปลศรรวริศา
🏢สำนักพิมพ์กำมะหยี่
🎨ชื่อนักวาด
📄จำนวนหน้า360 หน้า
🔢ISBN9786165630313
📅อ่านจบเมื่อ12/11/2021

📷 รูปภาพ

📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

เช้าวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1986 เกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่หอสมุดกลางนครลอสแองเจลิส ความร้อนพวยพุ่งสูงกว่าสองพันองศาฟาห์เรนไฮต์ เพลิงเผาไหม้นานกว่าเจ็ดชั่วโมงกว่าจะควบคุมได้ หนังสือสี่แสนเล่มของหอสมุดกลางถูกเผาวอด อีกเจ็ดแสนเล่มเสียหายอย่างหนักจากควันหรือไม่ก็น้ำ หรือทั้งสองอย่าง นี่คือการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับห้องสมุดสาธารณะในสหรัฐอเมริกา

ในแต่ละปีหอสมุดกลางแห่งนี้ให้ยืมหนังสือกว่าเก้าแสนเล่ม ตอบคำถามอ้างอิงหกล้านคำถาม และมีคนเดินผ่านประตูเจ็ดแสนคน สองวันหลังเกิดเพลิงไหม้ หอสมุดกลางว่างเปล่า ยกเว้นแต่เถ้าละเอียดสีดำ สาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร อุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเป็นการวางเพลิง

📝 Just Read a Lot's Review

📚🏫🔥 เป็นหนังสือที่ทัชใจชาวหนอนอย่างแท้จริง
คนรักหนังสือ ที่เราอาจคิดว่ามีแค่ นักอ่าน นักเขียน
คนขายหนังสือ แต่อีกคนที่รักหนังสือไม่แพ้กันเลย คือ บรรณารักษ์
.
'บรรณารักษ์คนหนึ่ง บอกว่าตัวเธอคือ 'บรรณารักษ์และนักบวชหญิง'
และสัญญาจ้างงานคือ 'คำปฏิญาณ'
.
หนังสือเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1986
หอสมุดลอสแองเจลลิสถูกวางเพลิง
โดยไฟไหม้อยู่เป็นเวลา 7 ชั่วโมง
ได้รับความเสียหายสูงมากทั้งอาคารและหนังสือ
ซึ่งมีหนังสือถูกไฟไหม้ไป สี่แสนกว่าเล่ม!
โดยปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหามือวางเพลิงได้เลย
จะมีก็แต่ผู้ต้องสงสัย ที่ในหนังสือจะเล่าการสืบสวน
และการไปสัมภาษณ์ครอบครัว ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยด้วย
.
'นี่คือเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งใน
ประวัติศาสตร์ลอสแองเจลิส และเป็นเหตุเพลิงไหม้
ห้องสมุดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียวในประวัติศาสตร์อเมริกา'
.
การที่หนังสือโดนไฟไหม้ หรือการโดนเผานั้น
มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์มาก ๆ
หนังสือจะเล่าให้ฟัง ถึงความสำคัญนี้ อันนำไปสู่ยุทธวิธี
การปกครองของเหมา เจ๋อ ตุง และนาซี ที่เป็นต้นแบบ
ให้ประเทศอื่น ๆ ปฏิบัติตามด้วย ซึ่งนั่นหมายถึง การเผาหนังสือ
.
'การจุดไฟเผาห้องสมุดก็เหมือนประกาศว่าไม่มีที่ไหน
และไม่มีสิ่งใดปลอดภัยอีกต่อไป ผลกระทบที่ลึกล้ำที่สุด
ของการเผาหนังสือคือผลต่อความรู้สึก
เวลาห้องสมุดถูกเผา บางครั้งเราใช้คำบรรยายว่าหนังสือ
'ได้รับบาดเจ็บ' หรือเป็น 'ผู้บาดเจ็บล้มตาย' เหมือนที่ใช้กับมนุษย์'
.
นอกจากนั้นส่วนที่น่ารื่นรมย์ใจของหนังสือเรื่องนี้
คือการกล่าวถึงงาน 'บรรณารักษ์' และ 'ห้องสมุด'
ที่เราเข้าใจง่าย ๆ ว่าห้องสมุดมีแค่หนังสือ และบรรณารักษ์แค่
ทำหน้าที่ ยืมคืนหนังสือ จัดหนังสือเข้าชั้น เอาหนังสือเข้าระบบ
มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะแยะมากกก
และห้องสมุด ไม่ได้มีแค่หนังสือ แต่ยังมีสิ่งอื่นที่เป็นแหล่งความรู้
และข้อมูลสืบค้นทางประวัติศาสตร์อีกมากมายทีเดียว
และหนังสือ จะได้สัมภาษณ์บรรณารักษ์หลายท่าน
ที่เมื่อเราอ่าน แล้วจะรู้เลยว่าพวกเขารักงานที่ทำอยู่อย่างแท้จริง
.
'บรรณารักษ์ควร อ่านเหมือนคนขี้เมาดื่มเหล้า เหมือนนกร้องเพลง
เหมือนแมวหลับหรือหมาสุนัขตอบรับคำชวนให้ไปเดินเล่น'
.
หนังสือไม่ได้แค่บอกเล่าเรื่องราวของห้องสมุดแห่งหนึ่งเท่านั้น
แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่ผูกพัน
และเป็นหนึ่งเดียวกับห้องสมุดด้วย

'การจุดไฟเผาห้องสมุดก็เหมือนประกาศว่าไม่มีที่ไหน
และไม่มีสิ่งใดปลอดภัยอีกต่อไป ผลกระทบที่ลึกล้ำที่สุด
ของการเผาหนังสือคือผลต่อความรู้สึก
เวลาห้องสมุดถูกเผา บางครั้งเราใช้คำบรรยายว่าหนังสือ
'ได้รับบาดเจ็บ' หรือเป็น 'ผู้บาดเจ็บล้มตาย' เหมือนที่ใช้กับมนุษย์'