ฟาห์เรนไฮต์ 451
Fahrenheit 451
Ray Bradbury
📷 รูปภาพ
📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
เมื่อการอ่านหนังสือคืออาชญากรรม
จนต้องมี ‘นักเผาหนังสือ’ ทั่วเมือง!
กาย มอนทาก เป็นนักผจญเพลิง ในโลกของเขา ที่ซึ่งโทรทัศน์เป็นใหญ่และวรรณกรรมใกล้จะสูญพันธุ์ นักผจญเพลิงมีหน้าที่จุดไฟแทนที่จะดับไฟ หน้าที่ของมอนทากคือทำลายโภคภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายที่สุด นั่นคือหนังสือรวมถึงบ้านที่หนังสือเหล่านั้นถูกซุกซ่อนไว้
มอนทากไม่เคยตั้งคำถามถึงการทำลายล้างและความพินาศที่เป็นผลจากการกระทำของเขา แต่แล้วเมื่อเขาได้พบกับ แคลริส สาวน้อยเพื่อนบ้านผู้แปลกประหลาดที่แนะนำให้เขาได้รู้จักกับอดีตที่ผู้คนมิได้มีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว และปัจจุบันที่ผู้คนเห็นโลกผ่านทางความคิดในหนังสือ แทนที่จะเป็นการพูดคุยไร้สาระในโทรทัศน์ มอนทากก็เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยรู้จักมา เขาเริ่มเก็บซ่อนหนังสือไว้ที่บ้าน และเมื่อการกระทำอันลักลอบของเขาถูกค้นพบมอนทากก็ต้องหนีเอาชีวิตรอด...
📝 Just Read a Lot's Review
🔥 ‘เขาไม่เคยรู้เลยว่าไฟดูเป็นแบบนี้ได้ด้วย
เขาไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิต ว่ามันจะให้ได้พอๆกับรับ
แม้กระทั่งกลิ่นก็ยังแตกต่าง’
เล่มนี้ตำนานมากกกก ดีใจที่ สนพ.พิมพ์ใหม่
แล้วปกใหม่คือสวยย กิมมิคตอนลูบ 451 คือแบบวู้วว
‘451 อุณหภูมิเผาหนังสือ’ เป็นนิยายเก่ามาก
แต่ดังมากๆ ด้วยตีมที่เอาหนังสือมาเป็นสิ่งต้องห้าม
ฟีลเดียวกับนาซีที่ไล่เผาหนังสือนั่นเอง
เล่มนี้เขียนเมื่อปี 1953 แต่ตั้งใจให้บรรยากาศ
ในเรื่องค่อนข้างล้ำๆหน่อย
‘หนังสือ’ ถูกแบน พนักงานดับเพลิง ไม่มีหน้าที่ดับไฟ
แต่มีหน้าที่ ‘จุดไฟ’ หากพบว่าบ้านใดเก็บซ่อนหนังสือ
จะตรงไปจัดการทันที นั่นคือ เผาทำลาย 💥
และนี่คือหน่วยซาลาเมนเดอร์ของมอนทาก ตัวเอกของเรา
มันจะไม่เกิดเรื่องเลย ถ้าแค่เออ เผาๆจบๆไปตามหน้าที่
แต่เค้าดันเกิดความสงสัยขึ้น สงสัยในตัวเอง
สงสัยในประวัติศาสตร์ และแต่ละครั้งที่ออกไปเผา
เค้าก็ดันมือหนึบ หยิบหนังสือติดมือกลับมาด้วย 💥
งานก็งอกเลยจ้าาาา
ในเล่มเราจะได้เจอชื่อหนังสือดังๆ นักเขียนดังๆ
แล้วก็ร่วมลุ้นว่ามอนทากจะรอดจากหน่วยเค้าเองมั้ย
หนังมีเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ด้วย
ซึ่งก็ทีจุดแตกต่างจากเรื่องอยู่เยอะเลย
รวมถึงจุดจบที่แตกต่างด้วย 🥹
เป็น 1 ใน 100 เล่มที่ Amazon บอกว่า
ต้องอ่านก่อนตายเลยทีเดียว นักอ่านไม่ควรพลาด💥