BOOK NO. 0605

ปั้นดินกันไหมในวันที่ใจเจ็บปวด

공방의 계절

Yeon So-min

👤ผู้เขียนYeon So-min
🌐ผู้แปลทรรศิกา จางวิบูลย์
🏢สำนักพิมพ์Lumi
🎨ชื่อนักวาด
📄จำนวนหน้า376 หน้า
🔢ISBN9786160469406
📅อ่านจบเมื่อ10/12/2024

📷 รูปภาพ

📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

ให้มือสัมผัสดิน ให้หัวใจอันบอบช้ำสัมผัสความรักและมิตรภาพ แล้วค่อย ๆ ก้าวเดินไปตามจังหวะของแต่ละฤดูกาล
.
ด้วยจิตใจที่บอบช้ำจากการทำงาน “จองมิน” จึงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูร้อน ในที่สุดจองมินก็ตัดสินใจออกจากบ้านและบังเอิญไปเจอ

“สตูดิโอโซโย” สตูดิโอปั้นเซรามิกที่มองเผินๆคล้ายคาเฟ

ใครเลยจะรู้ว่า ณ สถานที่แห่งนี้ จองมินไม่เพียงได้ใช้มือสัมผัส ขึ้นรูป และเผาอบดินเหนียวจนกลายเป็นเซรามิก แต่ยังได้แบ่งปันเรื่องราวและความเจ็บปวดระหว่างเธอและ “โจฮี” เจ้าของสตูดิโอและเหล่าสมาชิกคนอื่น ๆ รวมทั้งได้กำลังใจและความช่วยเหลือจากสมาชิกแต่ละคนในรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ละฤดูกาลที่ผ่านพ้นจองมินได้รับประสบการณ์ใหม่และได้แก้ปมในใจไปทีละเปลาะ จนเกิดความมั่นใจและกล้าที่จะใช้ชีวิตอีกครั้ง…ราวกับเธอได้ค่อย ๆ ปั้นและเผาอบชีวิตของตัวเธอขึ้นมาใหม่

📝 Just Read a Lot's Review

’แต่การปั้นดินเหนียว...
มันเป็นสิ่งที่เชื่องช้ามากๆ
ช้าซะจนบางครั้งอาจทำให้เราหลงทาง
ไปในช่วงเวลาอันเชื่องช้าของมันได้เลย‘

ในวันที่ใจหลงทาง สับสนวุ่นวาย
ลองหากิจกรรมอะไรซักอย่างให้ตัวเราจดจ่อ
ปลดปล่อย ล่องลอยความคิด และเอาใจว้าวุ่น
ไปอยู่กับเรื่องอื่นๆ กันเถอะ เผื่อเราจะได้ค้นพบ
จิตใจที่แท้จริงจากเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะอดีต อนาคต
เหมือนอย่าง ‘จ็องมิน’ ที่พบกับ ’สตูดิโอเซรามิกโซโย‘

‘กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟที่ถูกรินใส่แก้ว
ซึ่งคละคลุ้งไปทั่วผสมผสานเข้ากับ
กลิ่นไอดินจากภายในบริเวณร้าน
จนสถานที่แห่งนี้ถูกล้อมอบอวลไปด้วย
”กลิ่นหอม ที่มิอาจนิยามได้“’ ☕️

จ็องมิน ลาออกจากงานมาได้เกือบปี
และย้ายบ้านมาอยู่ในย่านที่มีเปลือกเกาลัดเกลื่อนถนน
เธอซึ่งเป็นมนุษย์ถ้ำ ไม่ออกไปไหน ไม่พบเจอใคร
วันนึงนึกครึ้มออกไปเดินละแวกบ้าน
เห็นทรงคล้ายๆคาเฟ แต่เข้าไปกลายเป็นสตูดิโอปั้นดิน
ครั้นจะกลับตัวออกไปก็ไม่ทันซะแล้ว
เมื่อโจฮี เจ้าของสตูดิโอชวนเธอดื่มกาแฟที่อบอุ่นใจเข้า
และยังชวนเธอมาเข้าคลาสปั้นดินด้วยกันอีกด้วย ✨

‘ทั้งที่แค่คิดง่าย ๆ ว่ามันเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง
ก็น่าจะพอแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงเผลอ
ตั้งความหวังกับมันอยู่เรื่อย จนตอนนี้กลายเป็นว่า
ฉันมองงานปั้นเซรามิกเป็นเครื่องมือ
ในการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปซะแล้ว’

ด้วยการปั้นดินเหนียวที่เธอไม่เคยทำมาก่อน
ผู้คนในสตูดิโอที่หยิบยื่นความมีน้ำใจมาให้
ทำให้เธอค่อยๆ แง้มประตูใจออกทีละนิด
เมื่อเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์เก่า ก็ได้รับมอบงานสำคัญ
ให้ช่วยดูแลคอนเทนต์สตูดิโอใน IG
มันเลยทำให้เธอได้ทำความเข้าใจตัวเองไปทีละนิด
ผ่านสิ่งต่างๆที่เข้ามาเหล่านี้

ทั้งพัฒนาฝีมือการปั้น ก่อร่างความรู้สึกกับชายหนุ่ม
เจอเพื่อนเก่าที่ทำให้นึกไปถึงอดีตอันเจ็บปวด
ทำให้หนังสือเล่มนี้ ค่อยๆแง้มเปิดใจของเราเช่นกัน
จ็องมีและเรา ก็อาจจะเหมือนกับดินเหนียวเหล่านี้
ที่ต้องใช้เวลาผ่านการขึ้นรูป ผ่านการอบ
กว่าจะเป็นชิ้นที่สมบูรณ์ ก็ต้องผิดพลาดอยู่หลายครั้ง

เป็นอีกเล่มที่อบอุ่นฮีลใจสุดๆ ✨
ชอบที่ได้รู้เรื่องราวและความรู้สึกของทุกตัวละครเลย
เหมือนเราได้เป็นสมาชิกของสตูดิโอไปด้วย ☺️

‘คนเราหรือเซรามิกก็ไม่ต่างกันหรอกครับ
ไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างได้ในคราวเดียว
สิ่งที่ได้รับหลังจากผ่านการเผาอบหลายรอบ
มีค่ามากกว่ากันเยอะเลยครับ’