BOOK NO. 0047

เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก

Maybe You Should Talk to Someone: A Therapist, Her Therapist, and Our Lives Revealed

Lori Gottlieb

👤ผู้เขียนLori Gottlieb
🌐ผู้แปลพลอยแสง เอกญาติ
🏢สำนักพิมพ์B2S
🎨ชื่อนักวาด
📄จำนวนหน้า416 หน้า
🔢ISBN9786164990357
📅อ่านจบเมื่อ20/08/2021

📷 รูปภาพ

📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้

คุณว่าตัวเองควรไปพบจิตแพทย์ไหม? ตอนเช้าหลังตื่นนอน คุณว่าตัวเองยังปกติอยู่ไหม? คุณรู้ไหมว่าจิตแพทย์และนักจิตบำบัดมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกคุณบ้าง? การบำบัดเป็นงานหนัก และไม่ใช่สำหรับนักบำบัดเท่านั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงคือความรับผิดชอบของคนไข้ที่ต้องทำด้วยตัวเอง

หากคุณคาดหวังหนึ่งชั่วโมงของการพยักหน้าเห็นใจ ก็แปลว่ามาผิดที่แล้ว นักบำบัดจะให้กำลังใจคุณ แต่ก็ทำไปเพื่อให้คุณเติบโต ไม่ใช่ให้คุณมองคนอื่นในแง่ลบ ในการบำบัดนั้นคุณจะต้องอธิบายความรู้สึกได้และอ่อนไหวเป็น นักบำบัดไม่ได้พาคุณเดินตรงไปสู่ใจกลางของปัญหา แต่จะกระตุ้นให้คุณไปถึงตรงนั้นด้วยตัวเอง

เพราะความจริงที่ทรงพลังที่สุดและเป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญสูงสุด คือความจริงที่พวกเขาค่อยๆ รับรู้ได้ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญในแง่ของการบำบัดคือคนไข้จะต้องเต็มใจทนรับความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะความไม่สบายใจบางอย่างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้กระบวนการเยี่ยวยามีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เราเชื่ออย่างยิ่งคือ คุณจะต้องเจอตัวเอง ณ จุดใดจุดหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ ส่วนใดส่วนหนึ่งของคุณอาจซ่อนอยู่ในซอกใจเล็กๆ ของคนที่มีเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ความจริงที่ได้พบอาจพุ่งปะทะอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ แต่ขอให้เชื่อมั่นว่า ความงามเบื้องหลังความจริงนั้นจับใจเหลือเกิน

📝 Just Read a Lot's Review

เป็น 400 กว่าหน้าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอัดแน่น
ของนักจิตวิทยาผู้เขียนของเรา
จะบอกว่าอ่านเพลินมั้ย ก็เพลินมากๆนะ
เพราะหนังสือ ไม่ได้เป็นนักจิตวิทยามาบอกว่า
โรคซึมเศร้าคือออ เกิดจากอะไร 1234
แต่เป็นการร้อยเรื่องราวถ่ายทอดประสบการณ์
การรักษาคนไข้ของเธอ และการที่ตัวเธอก็ไปบำบัดด้วย!
เราอาจจะไม่เคยคิดว่านักจิตวิทยาก็ไปบำบัดเหมือนกันนะเฮ่ย!
.
ตัวละครในเรื่องค่อนข้างเยอะ และเรื่องจะเล่า
สลับเรื่องราวของตัวละครไปเรื่อยๆ
อาจจะงงๆ แรกๆ ว่าใครเป็นใคร แต่ซักพักก็จะเริ่มจับทางได้
เรื่องราวจะร้อยไปตั้งแต่เริ่มรักษา ไปยันจบการรักษา
ไล่ระดับความดราม่าของอารมณ์ไปจนจบแบบฟินๆ
.
โดยส่วนตัวแล้ว เริ่มรู้สึกเนื้อหาโอเค ไม่งอแง
ตั้งแต่ประมาณหน้าที่ 250 เป็นต้นไป
เนื่องจากช่วงต้นปูเรื่อง ทุกคนล้วนเจอกับปัญหา
ก็เลยอาจดูงี่เง่า งอแง จนแบบอิหยังวะ มากๆ
แต่พอทุกคนผ่านการบำบัด ผ่านการคิดตกผลึก
ทุกคนเริ่มเป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น ทุกอย่างก็ดูอิ่มเอมใจมากๆ
.
ในแง่ของการให้ประโยชน์ ก็จะได้ซึมซับความคิดอ่าน
ของนักจิตวิทยา เทคนิคที่ใช้ในการบำบัดคนไข้แต่ละคนต่างกัน
วิธีรับมือ พูดโต้ตอบกลับไปอย่างไร
ทำให้เรานำมาปรับใช้ในการเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นได้นะ
พออ่านแล้วรู้สึก อยากมีนักจิตวิทยาส่วนตัว
ไว้ในชีวิตซักคนเหมือนกันนะ เป็นที่ปลอดภัยของเราจริงๆ
เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะรักษาจรรยาบรรณในการ
เก็บความลับของเราเป็นอย่างยิ่ง!
.
คนไข้แต่ละคนที่ปรากฏ ไม่ได้เจาะจงว่า
เป็นโรคซึมเศร้า และภาวะซึมเศร้า ออกมาชัดๆ
แต่จะเป็นการเจอกับปัญหาชีวิตที่หาทางออกไม่ได้
จึงต้องหาคนที่จะแก้ไขปัญหา ชี้แนะให้คำปรึกษา
และไขประตูใจของเราให้เปิดรับความจริงในชีวิต
.
อ่านๆไปเรื่อยๆ นี่เอาไปทำเป็นหนังยังได้เลยนะ
มันมีจุดหักมุม จุดดราม่า จุดคลี่คลาย
คือจัดเรื่องนี้ในหมวดนิยายเลยก็ได้อ้ะ
ไม่ใช่หมวดจิตวิทยา แต่เป็นหมวดนิยายที่ตัวเอก
ของเรื่องเป็นนักจิตวิทยาเฉยๆ ดีนะ ดีเลย ชอบมาก
ถือว่าใจสู้ผ่าน 400 หน้ามาพบว่า หนังสือนี้ดีจริงๆ 😊
.
หรือ Maybe I should talk to someone จริงๆ 🤣

Movie in the book 🎬
🔍 Sherlock
🚀 Starwars
🧸 Winnie the Pooh
👑 Game of Thrones