ขอให้วัยเยาว์ของเราเป็นนิรันดร์
The Perks of Being a Wallflower
Stephen Chbosky
📷 รูปภาพ
📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
เรื่องราวของชาร์ลี เด็กหนุ่มวัย 15 ผู้มีบุคลิกเก็บตัว ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ
ชอบที่จะนั่งอยู่มุมห้องและเพียงสังเกตชีวิตผู้คน
แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนผันไปเมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลาย
และได้พบกับเพื่อนใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าเปราะบางของใจเขา ได้แก่
แพทริก เพื่อนรุ่นพี่สุดแปลกที่เปิดโลกใบใหญ่ให้เขา และแซม
เพื่อนรุ่นพี่สาวสวยที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกเจอ
ทั้งสามกลายเป็นเพื่อนสนิทและนำพาความอบอุ่นมาสู่ชีวิตของเด็กหนุ่มที่เปรียบเหมือนดอกไม้ตามซอกกำแพง
ช่วงเวลาหนึ่งปีนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งความรักครั้งแรก
ปัญหาครอบครัวมิตรภาพ ความสับสน ประสบการณ์ชีวิตที่เจ็บปวดในอดีต
การเติบโตเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่วัยรุ่น หนังสือ เทปเพลง การสำรวจเรื่องเพศเหล้าและยา
เสมือนจดหมายเหตุแห่งยุคสมัยที่มีเพียงช่วงเวลาวัยรุ่นเท่านั้นที่จะได้พบเจอ
นิยายก้าวผ่านวัย (coming of age) เล่มคลาสสิกในยุคปี 2000
ที่สร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกอย่างท่วมท้น
📝 Just Read a Lot's Review
🎧 'เราเป็นอย่างที่เราเป็นด้วยหลายสาเหตุ
และเราอาจจะไม่มีวันรู้ถึงสาเหตุเหล่านั้นทั้งหมด
แต่ถึงแม้เราจะไม่มีอำนาจที่จะสามารถเลือกเกิดได้
เราก็ยังเลือกได้ว่าเราจะเป็นคนยังไงต่อจากนี้
เรายังคงทำสิ่งต่างๆได้ และเราสามารถ
พยายามรู้สึกไม่เป็นไรกับเรื่องเหล่านั้น'
.
น่าเอ็นดูน้องชาร์ลีมากๆๆๆ งืออออ 🥹
ทั้งบริสุทธิ์ มองโลกในแง่ดี ตามใจผู้อื่น เป็นห่วงความรู้สึก
เต็มไปด้วยความรัก มิตรภาพ เชื่อสิ่งที่ผู้อื่นบอกอย่างหมดหัวใจ
ทั้งหมดทั้งมวลของชาร์ลี ทำให้เรารักและเอ็นดูเค้ามากๆ
เอาใจช่วยให้เข้ากับเพื่อน กับสังคมได้ ไม่อยากให้เค้าเจอเรื่อง
ที่ทำให้เค้าต้องเสียใจ เพราะเรารู้ว่าเค้าไม่มีเจตนา
ที่ไม่ดีต่อเรื่องใดๆเลยทั้งนั้น รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
ไม่หวังอะไรตอบแทน ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข
.
'เขาคือดอกวอลล์ฟลาวเวอร์
นายเห็นสิ่งต่างๆ นายเก็บสิ่งเหล่านั้นเป็นความลับได้
และนายเข้าใจ'
.
เรื่องเล่าในรูปแบบของจดหมาย ที่ชาร์ลีเขียนหาเพื่อนรักคนหนึ่ง
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใคร โดยเค้าจะเล่าทุกๆอย่างในชีวิต
ให้เพื่อนคนนี้รับรู้ทุกๆเรื่อง
เรื่องที่บ้าน โรงเรียน ครอบครัว ความรู้สึกของเค้า
ชาร์ลีเป็นเด็กเงียบ ไม่พูด ไม่มีเพื่อน เค้าอยู่กับเสียงเพลง
จากเทปคลาสเส็ท และอ่านหนังสือเล่มโปรด
จนวันที่เค้าได้รู้จักกับแซมและแพทริก ซึ่งทั้งคู่ก็สุดจะแสนดี
และต้อนรับชาร์ลีเข้าสู่แก๊งเพื่อนอย่างอบอุ่น
จากนั้นชีวิตมัธยมของชาร์ลีก็เต็มไปด้วยความสนุก
มีความสุข เรื่องราวมันส์ๆ ไปปาร์ตี้ และของขวัญคริสต์มาส
ซึ่งสำหรับชาร์ลีแล้วมันช่างเป็นสิ่งที่แสนวิเศษ และเป็น
สิ่งล้ำค่าต่อคนตัวเล็กๆในสังคมคนนึงอย่างเค้ามากๆ
.
'รู้สึกดีเหลือเกินที่ได้มีเพื่อนอีกครั้ง
อาจจะดียิ่งกว่าได้ออกเดตเสียอีก'
.
ขึ้นชื่อว่าชีวิตมัธยม ทุกคนย่อมมีปัญหาของตัวเอง
ชาร์ลีก็เช่นกัน เค้าชอบแซม ชอบมากๆ แต่ก็โดนแซม
ผลักให้ไปอยู่ในเฟรนด์โซน และไหนยังจะปัญหาในวัยเด็ก
ซึ่งเราจะค่อยๆได้รู้เรื่องราวมากขึ้น เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ
พอถึงจุดไคลแมกซ์เราจะอึ้งมากว่า จริงหลอเนี่ยยย
คือสงสารน้องมากกก แบบ งื้อออ ชาร์ลี
.
แนะนำให้อ่านมากๆ เป็นหนังสือที่อบอุ่นมากๆ
และเราจะรักและอยากโอบกอดเด็กน้อยคนนึง
ที่เหมือนจะมีความสุข แต่มีเรื่องราวทุกข์ใจ
และพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
'ณ ช่วงเวลานั้น ฉันสาบานได้เลยว่าพวกเราเป็นนิรันดร์' ✨