โมโม่
Momo
Michael Ende
📷 รูปภาพ
📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
“โมโม่” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผู้ทำหน้าที่ “รับฟัง” คำพูดทุกคำของทุกคนที่ทุกข์ใจ เพื่อให้ทุกคนสบายใจขึ้น แต่หลังจาก “ผู้ชายสีเทา” ผู้ปลุกกระแสการประหยัดเวลา ทุกคนก็ไม่มาหาโมโม่ เมืองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หัวเราะ หยอกล้อ กลายเป็นเมืองเครียดขรึม ทุกคนแข่งกันทำงาน หลงเหลือเพียงโมโม่ผู้ไม่ตกอยู่ภายใต้เงาร้ายสีเทา และต้องเป็นผู้หาทางออกของปัญหานี้ให้เจอ “โมโม่” เล่มนี้จะช่วยสะกิดให้เราเห็นคุณค่าของการชะลอจังหวะชีวิต และรู้จักเก็บเกี่ยวความสุขให้ตัวเองมากกว่ามุ่งหวังแต่ความสำเร็จลมๆ แล้งๆ ที่ต้องแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง
“เรามีปฏิทิน และนาฬิกาสำหรับวัดเวลา แต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันมากไปกว่านั้น เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่า บางครั้งเวลาหนึ่งชั่วโมงก็นานเหมือนกับจะไม่รู้จักมีที่สิ้นสุด แต่บางทีกลับเหมือนเป็นเพียงพริบตาหนึ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะประสบอะไรในชั่วโมงนั้น เพราะเวลาคือชีวิต และชีวิตสถิตอยู่ในหัวใจ”
📝 Just Read a Lot's Review
🕰 สำหรับเรา 'เวลา' มีความหมายแค่ไหน
แล้วเราแบ่งเวลาในแต่ละวัน ไปกับเรื่องใดบ้าง
ระหว่างที่ให้เวลากับเรื่องหนึ่ง ความสุขเราหล่นหายไปรึเปล่า
นี่แหนะ 'โมโม่' กำลังกระซิบบอกเรา ผ่านหนังสือเล่มนี้
.
วรรณกรรมเยาวชน ที่ไม่ได้ส่งข้อความหาเยาวชน
สิ่งที่แฝงอยู่ในเรื่อง เหมือนกำลังบอกเยาวชน
ที่มีสถานะเป็นผู้ใหญ่แล้วต่างหาก
.
'ความสามารถพิเศษของโมโม่คือการฟังเป็น
มีคนจำนวนนิดเดียวที่ฟังเป็นจริงๆ
ความสามารถของโมโม่จึงกลายเป็นสิ่งพิเศษ'
'เด็กหญิงโมโม่' เป็นคนพิเศษของทุกคน
เธอไม่พูดแนะนำอะไรทั้งนั้น เธอเพียงแต่เงียบ
แล้วฟังทุกคนเล่าเรื่อง คนมีปัญหามาเล่าเรื่องให้เธอฟัง
ก็คลี่คลายปัญหาได้เอง
สองคนทะเลาะกัน มาเล่าให้โมโม่ฟัง
ก็คืนดีกันได้เอง ความมหัศจรรย์นี้ เมื่อใครกลุ้มใจ
ก็จะบอกว่า ให้ไปหาโมโม่
กลายเป็นว่าเธอเป็นคนมีเพื่อนเยอะ
เด็กๆวัยเดียวกัน ก็ชอบมาชวนเธอเล่นสนุกสนาน
แต่แล้ว เพื่อนมากมายของเธอเริ่มหายไป...
แล้ว 'ผู้ชายสีเทา' ก็ปรากฏตัว
การแต่งกายคือใส่สูทสีเทาทั้งหมด
ถือกระเป๋าเอกสาร และคาบซิการ์
ให้ฟีลประมาณ นักธุรกิจยุ่งๆ
ผู้ชายสีเทาปฏิบัติการแทรกซึมไปสู่ทุกคน
ชักจูงให้ทุกคน “ประหยัดเวลา” โดยการบอกว่า
'เวลาเป็นสิ่งมีค่า ถ้ายิ่งประหยัดไว้มากเท่าไร
ในอนาคตคุณก็จะมีเวลาเพิ่มมากเท่านั้น'
นำเสนอด้วยการคำนวนตัวเลขเวลาที่ทุกคนมีอยู่
ตลอดอายุขัย หักลบกับเรื่องที่ทำทั้งหมด เหลือเท่าไหร่
แล้วก็โน้วน้าวให้ตัดเรื่องที่จะทำให้ 'เสียเวลา' ออก
อย่างพวกการเล่น การชิว ยิ่งมีลูก
การเล่นสนุกกับลูกก็ยังเสียเวลา
และการไปพูดคุยกับ 'โมโม่' ก็เสียเวลาเช่นกัน
โมโม่เริ่มแปลกใจเพื่อนไม่มาหา
ไม่มีใครมาเล่าเรื่อง ไม่มีเด็กมาเล่นด้วย
ก็เลยออกไปหาเพื่อนๆ เพื่อถามสาเหตุ
พอได้รับคำตอบอ้อมแอ้มกลับมา
ก็รู้สึกว่า ไม่ได้ล้ะ ไอเจ้าผู้ชายสีเทา
โมโม่ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ววว!!!
แล้วก็จะเล่าเรื่องการทวงคืนเพื่อนของโมโม่
จากผู้ชายสีเทา และก็หาทางทลายแก๊งค์อีกด้วย
.
เรื่องโมโม่นี้ ผู้เขียนสะท้อนถึงยุคสมัย
ประโยคที่ว่า 'เวลาเป็นเงินเป็นทอง' 'เวลาคือชีวิต'
เตือนใจผู้อ่านที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเร่งรีบ
จนลืมที่จะแบ่งเวลาไว้ทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่มันไม่สำคัญ แต่ทำให้เรามีความสุข
.
อ่านเพลิน ๆ ได้แง่คิดการใช้ชีวิตอีกด้วย
เรื่องค่อนข้างย้วยนิดๆ เพราะผู้เขียนอธิบาย
รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทำให้อ่านไปด้วย
เห็นภาพไปด้วยอย่างชัดเจน
ปล. ปกสวยมากก 😍