เกิดในฤดูหนาวที่แดดส่องถึง
นทธี ศศิวิมล
📷 รูปภาพ
📖 เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
เป็นนิยายว่าด้วยความสัมพันธ์ของผู้คนในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องมาแต่แรงขับแห่งปมปรารถนา ความทะเยอทะยานอยากได้ใคร่มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมทั้งภายนอกและภายใน อย่าว่าแต่บางรายก็ไม่แยแสสนใจวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งจุดหมาย ไม่นับต้นทุนชีวิตที่ผิดแผกแตกต่างกันอันส่งผลถึงภาวะได้เปรียบทางสังคมตลอดจนทางเลือกภายใต้เงื่อนไขเฉพาะหน้าเฉพาะตัว รวมไปถึงการก่อร่างสร้างบาดแผลใหญ่ให้แก่ผู้อื่นทั้งโดยจงใจและไม่รู้ตัว “เกิดในฤดูหนาวที่แดดส่องถึง” ประกอบไปด้วยเรื่องราวสองส่วน ส่วนแรกดำเนินไปในลักษณะขั้นบันไดหรือมุ่งไปข้างหน้า ขณะอีกส่วนถอยหลังย้อนกลับไปสู่อดีตที่ล่วงผ่านเลยมาในแง่ของกาลเวลา โดยมีจุดเริ่มต้นคือเหตุการณ์ในปี 2554 เป็นปฐมบท ถึงแม้ว่าเรื่องราวทั้งสองส่วนนี้จะดูเหมือนดำเนินไปชนิดไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นเอกเทศต่อกัน กระนั้นเมื่อพิจารณาถึงแกนหลักของเรื่องราวก็จะพบว่ามันเชื่อมโยงร้อยรัดกระทั่งแทบจะทาบทับเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ว่าปัจจุบันหรืออดีต ท้ายที่สุดแล้วในนามของความสัมพันธ์ มนุษย์เราล้วนแต่ผลิตซ้ำย้ำรอยเดิมทั้งสิ้น ในจักรวาลแห่งความรัก โลภ โกรธ และหลง บรรดาความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ ผู้เขียนได้สาธิตพฤติกรรมชีวิตของแต่ละคู่แต่ละคน ช่วยให้เราสืบสาวราวเรื่องจนวินิจฉัยได้ไม่ยากว่าไปๆ มาๆ แล้ว มันอยู่ในระดับใด เป็นขยะหรือของขวัญอันงดงามแห่งชีวิตของแต่ละฝ่าย
📝 Just Read a Lot's Review
🍂 'การได้อยู่บ้านอ่านและเขียนหนังสือ
รวมถึงได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเขียนการอ่าน
เดินลอยละล่องอยู่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ดูเหมือนจะเป็นที่ทางที่ถูกต้องอย่างหนึ่งของฉัน'
.
เมื่อตัวละครเอกของหนังสือ เป็นนักเขียนและนักอ่าน
ก็จะเจอประโยคถูกใจแบบนี้นั่นเอง
ไม่ใช่ถูกใจธรรมดา กระแทกใจเลยดีกว่า ☺️
.
ขอชื่นชมหนังสือเล่มนี้มาก ๆ คือยอมใจนักเขียนเลย
เป็นความแบบ Multiverse ของจักรวาล
มหากาพเรื่องซ้อนเรื่องเข้าไปอีกเยอะมาก
ถ้าจะต้องวาดแผนผังความเชื่อมโยงตัวละคร
อาจจะต้องทำก็เป็นได้ 👏🏻 แบบยอมใจเลยอ้ะ
.
เกริ่นมาขนาดนี้คือยังไง
หนังสือจะเล่าเรื่องเหมือนจะเป็นปัจจุบัน
แล้วเล่าย้อนถอยหลังลงไปเรื่อย ๆ ตอนละ 1 ปี
คือต้องใช้สติในการอ่านมาก ๆ นะ
ไม่พอ! มันยังกิมมิกไม่มากพอสินะคุณนักเขียน
คือตัวละครเอกของเรื่องเป็นนักเขียน ก็เลยจะแทรก
เรื่องแต่งของตัวเองเข้าไปอีกจ้า! ก็คือเหมือนมี
เรื่องเล่าสองเรื่อง เล่าขนานกันอยู่ในเล่ม
แล้วเล่มนึงเล่าถอยหลังด้วย เอาสิ
อ้ะยัง ยังไม่สาแก่ใจคุณนักเขียน
เรื่องแต่งที่ว่าเนี่ย ก็ไม่ได้เล่าร้อยเรื่องไป 1234
แต่ตอนนึง จะเล่าในมุมมองของตัวละครนึง
ซึ่งบอกเลยว่า มีตัวละครมากกว่า 10 ตัว!!
แบบโอ๊ยยยย แม่จ๋า เขียนโยงเรื่องให้ร้อยกัน
ก็เก่งแล้ว เขียนถอยหลังเรื่องราวก็เก่งอีก
แบบ ฮือออออ ปรบมือเลยค่ะแม่ 😭
.
'ฉันเรียนรู้วิธีอดทนต่อความเจ็บปวดให้มากที่สุด
โดยไม่แสดงออก แกล้งลืม บอกตัวเองถ้าจะทนได้เราจะชนะ'
แล้วคือทั้งเรื่องหลัก และเรื่องรอง บอกเลยว่า
ดราม่ามาก ๆ เหมือนชีวิตเป็นดั่งรถไฟเหาะในสวนสนุก
มีทั้งจุดที่ขึ้นแบบมีความสุข แล้วก็ลงอย่างเป็นทุกข์
เป็นจักรวาลเรื่องราวที่นัวมาก ๆ
มีทั้งเรื่องครอบครัว ความรัก การโดนกลั่นแกล้ง
เรื่องเพศที่หลากหลาย ความรักของแม่
ความโดดเดี่ยว อ้างว้างของตัวละคร
และที่ชอบที่สุดเลยคือ มีเรื่องผีแทรกเข้ามาตลอด 🤣
เล่มนี้คือ มีมิติในทุกมุมของเรื่องเล่ามาก ๆ
.
'ฉันในวัยนั้นดูเหมือนจะรู้มาบ้างว่า เหตุการณ์เลวร้ายส่วนใหญ่
จะผ่านไปเองหากเราแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทำเหมือนกับว่ามันเป็นฝันร้ายที่เราจะจำได้แค่ตอนตื่นนอนใหม่ๆ
แล้วก็จะเลือนรางไปตามเวลา'
.
ถ้าใครอ่านเล่มนี้จบ มาคุยกันได้นะคะ
แบบมันคันปากอยากเม้ามาก
มันสนุก ชวนติดตามทุกตอนเลย
อยากจะรู้ตอนต่อไปของตัวละครเหล่านี้มากๆ
ว่าจะไปลงเอยยังไง
ใครอยากหาอะไรอ่านที่ท้าทายตัวเอง
แนะนำเล่มนี้เลยค่ะ 🤩